การเขียนรายงานการประชุม ตามระเบียบว่าด้วยงานสรรบรรณ

การเขียนรายงานการประชุม ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖
——————————
ส่วนที่ ๖
หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ข้อ ๒๓ หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ คือ หนังสือที่ทางราชการทำขึ้นนอกจากที่กล่าว
มาแล้วข้างต้น หรือหนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการและส่วน
ราชการรับไว้เป็นหลักฐานของทางราชการ มี ๔ ชนิด คือ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก และหนังสืออื่น
ข้อ ๒๔ หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานเพื่อวัตถุประสงค์
อย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จำเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทำตามแบบที่ ๑๐ ท้ายระเบียบ
ข้อที่ ๒๕ รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็น
หลักฐานให้จัดทำตามแบบที่ ๑๑ ท้ายระเบียบ
ข้อที่ ๒๖ บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือ
ข้อความที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานระดับต่ำกว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดย
ปกติให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความและให้มีหัวข้อดังต่อไปนี้
๒๖.๑ ชื่อตำแหน่งที่บันทึกถึง โดยใช้คำขึ้นต้นตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๒
๒๖.๒ สาระสำคัญของเรื่อง ให้ลงใจความของเรื่องที่บันทึกถ้ามีเอกสารประกอบก็ให้ระบุไว้ด้วย
๒๖.๓ ชื่อและตำแหน่ง ให้ลงลายมือชื่อและตำแหน่งของผู้บันทึก และในกรณีที่ไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความให้ลง
วันเดือนปีที่บันทึกไว้ด้วยการบันทึกต่อเนื่อง โดยปกติ ให้ผู้บันทึกระบุคำขึ้นต้นใจความบันทึก และลงชื่อ
เช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และให้ลงวัน เดือน ปี กำกับใต้ลายมือชื่อผู้บันทึก หากไม่มีความเห็นใด
เพิ่มเติมให้ลงชื่อและวัน เดือน ปี กำกับเท่านั้น
ข้อที่ ๒๗ หนังสืออื่น คือ หนังสือ หรือ เอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานในทาง
ราชการ ซึ่งรวมถึง ภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพด้วย หรือหนังสือของบุคคลภายนอก ที่ยื่นต่อ
เจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้วมีรูปแบบตามที่กระทรวงทบวงกรมจะ
กำหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฏหมายเฉพาะเรื่องให้ทำตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่ แบบ
แผนผัง สัญญา หลักฐานการสืบสวนและสอบสวน และคำร้อง เป็นต้น
หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติ “การเขียนรายงานการประชุม”
หลักเกณฑ์การเขียนรายงานการประชุม ใช้ตามระเบียบสนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ฉบับแก้ไข พ.ศ.2539 ข้อ 1.9 และ ข้อ 25 เพื่อความถูกต้องเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ
1) หลักเกณฑ์การเขียนรายงานการประชุม
ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 แก้ไขเพิ่มเติมในข้อ 25 ให้ความหมายคำว่า
“รายงานการประชุม” คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็น
หลักฐาน ดังนั้น เมื่อมีการประชุมจึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการที่จะต้องรับผิดชอบจัดทำรายงานการประชุม
2) วิธีการปฏิบัติ
2.1 การจัดเตรียมสถานที่ประชุม
การจัดเตรียมสถานที่ประชุมมีความสำคัญต่อการประชุมมาก เลขานุการหรือผู้ได้รับมอบหมายมีหน้าที่
เตรียมความพร้อม เพื่อให้การประชุมดเนินไปด้วยความเรียบร้อย และประสบผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์ การจัด
สถานที่อย่างเหมาะสมมีส่วนเอื้ออำนวยให้เกิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มตั้งแต่ก่อนการประชุม ระหว่าง
การประชุม หลังการประชุม และเพื่อการประชุมครั้งต่อไป
2.1.1 การเตรียมการจัดเตรียมสถานที่ประชุม ในการประชุมแต่ละครั้งอาจจะแตกต่างกัน คือ
- จำนวนผู้เข้าประชุม
- ลักษณะการประชุม
- วัตถุประสงค์ของการประชุม
2.1.2 เลขานุการ หรือผู้รับมอบหมาย มีหน้าที่ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของการประชุม ดังนี้
- การประชุมเรื่องอะไร มีระเบียบวาระการประชุมอะไรบ้าง เพื่อจัดเตรียมข้อมูลและเอกสาร
ประกอบ
- ผู้เข้าประชุมคือใครบ้าง เพื่อจัดเตรียมห้องประชุมให้เหมาะสม
- ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ให้เรียบร้อย เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ความสะอาด แสงสว่าง ไฟฟ้า เครื่องปรับ-
อากาศ ครื่องเสียง ไมโครโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายแผ่นทึบ เครื่องฉายแผ่นใส
โปรเจคเตอร์ ไวท์บอร์ด
- ควรมีปฏิทินไว้ในห้องประชุมด้วย เพื่อความสะดวกในการนัดหมายการประชุมครั้งต่อไป
2.1.3 การเลือกห้องประชุม
การเลือกห้องประชุมจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของกลุ่มและความจุเพียงพอสำหรับ
ผู้เข้าประชุม ควรมีประตูทางเข้าออกเพียงทางเดียว เพื่อป้องกันการรบกวนขณะที่มีผู้เดินผ่าน และห้องประชุมควรเป็น
ห้องที่ผู้เข้าประชุมทุกคนสามารถมองเห็น และได้ยินเสียงซึ่งกันและกันได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญโต๊ะของเลขานุการ
- 3 -
หรือผู้จดรายงานการประชุมควรจะอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นผู้เข้าร่วมประชุมได้ทั้งหมด และสะดวกในการเข้าออก
ห้องประชุมเพื่อรับส่งข่าวสารโดยไม่รบกวนที่ประชุม
2.1.4 การจัดโต๊ะประชุม
การจัดโต๊ะประชุมเพื่อให้เกิดความสะดวกในการนั่งประชุม และเพื่อให้ผู้เข้าร่วม ประชุมทุกคน
สามารถมองเห็นทั้งประธาน รองประธาน และเลขานุการ รวมถึงผู้เข้าร่วมประชุม ทุกคน การจัดโต๊ะประชุมมีหลาย
รูปแบบ แต่แบบที่เป็นที่นิยมใช้กันในการจัดประชุม มี 9 แบบ ดังนี้
แบบที่ 1 จัดแบบตัวอักษรไอในภาษาอังกฤษ ( I )
แบบที่ 2 จัดแบบตัวอักษรยูในภาษาอังกฤษ ( U )
แบบที่ 3 จัดแบบตัวอักษรทีในภาษาอังกฤษ ( T )
แบบที่ 4 จัดแบบตัวอักษรโอในภาษาอังกฤษ ( O )
แบบที่ 5 จัดแบบเกือกม้า
แบบที่ 6 จัดแบบรูปครึ่งวงกลม
แบบที่ 7 จัดแบบรูปสี่เหลี่ยม
แบบที่ 8 จัดแบบชั้นเรียน
แบบที่ 9 จัดแบบออดิทอเลี่ยม
2.2 การจดรายงานการประชุม
รายงานการประชุม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ ความหมายว่า รายละเอียดหรือ
สาระของการประชุมที่จดไว้อย่างเป็นทางการ
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ให้ความหมายว่า การบันทึกความคิดเห็น
ของผู้มาประชุม ผู้ร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็นหลักฐาน
รายงานการประชุมจัดเป็นหนังสือราชการชนิดที่ 6 คือ หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็น
หลักฐานในราชการ ดังนั้น การจัดทำรายงานการประชุมต้องจัดทาให้ถูกต้อง ตามระเบียบ
 ความสำคัญของรายงานการประชุม
รายงานการประชุม มีความสำคัญกับองค์การมาก หากรายงานการประชุมมีความหมายผิดไปจากการ
อภิปราย ย่อมเกิดความเสียหายต่อองค์การได้ โดยมีความสำคัญดังนี้ (พรสวรรค์ วินิจสร 2553:36-37)
1) เป็นองค์ประกอบของการประชุม
การประชุมอย่างเป็นทางการ มีองค์ประกอบ ได้แก่ ประธาน องค์ประชุม เลขานุการ ญัตติ ระเบียบ
วาระการประชุม มติ รายงานการประชุม และหนังสือเชิญประชุม
- 4 -
ในการประชุมบางเรื่องอาจมีองค์ประกอบไม่ครบก็ได้ แต่รายงานการประชุมก็ถือเป็นองค์ประกอบ
ที่ขาดไม่ได้ เพราะการประชุมนั้นมีวัตถุประสงค์จะให้ผู้มีอานาจหน้าที่ หรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่มีการ
ประชุมนั้นมาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การลงมติ คือเสียงข้างมาก และสามารถนำไปปฏิบัติได้ต่อไป
รายงานการประชุมจึงเป็นองค์ประกอบที่มีความสาคัญ เพราะจะต้องใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง
ยืนยัน หรือตรวจสอบในภายหลัง รายงานการประชุมจะมีผลสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการรับรองรายงานการประชุมเรียบร้อย
แล้ว
2) เป็นหลักฐานการปฏิบัติงาน ยืนยันการปฏิบัติงานที่ได้บันทึกรายงานผลการปฏิบัติงาน การ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การกำหนดนโยบาย ข้อเสนอแนะ และมติที่ประชุม
3) เป็นเครื่องมือการติดตามงาน รายการประชุมที่มีการจดมติไว้ จะเป็นหลักฐานสำคัญให้เลขานุการ
หรือผู้ได้รับมอบหมายได้ติดตามงานตามมติที่ประชุม
การประชุมจะมีระเบียบวาระ เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งผู้ปฏิบัติจะรายงานผลหรือความ-
ก้าวหน้าในการปฏิบัติงานตามมติที่ประชุมครั้งก่อน ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่องค์การให้สามารถเร่งรัดและพัฒนางาน
ได้
4) เป็นหลักฐานอ้างอิง รายงานการประชุมที่รับรองรายงานการประชุมแล้ว ถือเป็นเอกสารที่ใช้อ้างอิง
ได้ตามกฎมาย หากมีปัญหาหรือความขัดแย้งในทางปฏิบัติ สามารถใช้มติที่ประชุมเพื่อยุติความขัดแย้งนั้น
5) เป็นข้อมูลข่าวสาร เลขานุการจะส่งรายงานการประชุมให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบข้อมูล หรือ
ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาในการประชุมครั้งก่อน นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์สาหรับผู้ไม่มาประชุมได้ศึกษาข้อมูลและ
รับทราบมติที่ประชุมด้วย
รายงานการประชุมเป็นข้อมูลข่าวสารที่สามารถเผยแพร่ให้บุคลากรในหน่วยงานได้รับทราบ และ
ถือว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการประชุมสัมพันธ์ภายใน เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อองค์การ
 การจัดทำระเบียบวาระการประชุม
ระเบียบวาระ หมายความว่า ลำดับรายงาน ที่กำหนดไว้เสนอที่ประชุม
ระเบียบวาระการประชุม หมายถึง เรื่องที่นำมาปรึกษาหารือกันในที่ประชุม โดยเรียงหัวเรื่อง
ตามลำดับความสำคัญ หรือความสนใจเรื่องที่จะประชุม
ระเบียบวาระการประชุม เปรียบเสมือนหัวใจของการประชุม เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะก่อให้เกิด
การประชุม เพื่อให้ได้มาซึ่งความคิดเห็น หรือข้อตกลงร่วมกัน เป็นอำนาจของประธาน
ในทางปฏิบัติเลขานุการมักได้รับมอบอำนาจให้บรรจุเรื่องที่จะเสนอเพื่อพิจารณาเข้าเป็นระเบียบ
วาระการประชุม และนำเรื่องที่บรรจุในวาระให้ประธานตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง
 รูปแบบของระเบียบวาระการประชุม
ตามคำอธิบาย รายงานการประชุม ของระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 ข้อ 1.9 อธิบายว่า ข้อความ ให้บันทึกข้อความที่ประชุมโดยเริ่มด้วย ประธานกล่าวเปิดประชุม และเรื่องที่ประชุม
กับมติที่ประชุมหรือข้อสรุปของที่ประชุมในแต่ละเรื่องประกอบด้วย (สมิต สัชฌุกร 2547:104-105)
ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
- โดยประธานอาจแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงเหตุผลที่จัดประชุม หรือมีเรื่องอื่นใดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์
และที่ประชุมควรรับทราบ
ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องสืบเนื่อง
- หนังสือเวียนสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้คำว่า “เรื่องแจ้งเพื่อทราบ” หมายถึง เรื่องที่ค้างพิจารณาจากการ
ประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการต้องเลื่อนการประชุมมาเป็นครั้งนี้ หรือเป็นเรื่องที่มีผู้ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม
ให้ไปดำเนินการ และนำมารายงานต่อที่ประชุม
ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
- ซึ่งควรจะต้องระบุว่าเป็นรายงานการประชุมครั้งที่เท่าไร พร้อมทั้งวัน เดือน ปี ด้วย การรับรองรายงาน
การประชุมนั้น ปกติรายงานการประชุมจะแจกให้กรรมการหรือสมาชิกในที่ประชุมได้ทบทวนล่วงหน้า หากกรรมการหรือ
สมาชิกพบว่ามีสิ่งใดซึ่งมิได้เป็นไปตามข้อตกลงของที่ประชุมครั้งที่แล้ว ก็สามารถทักท้วงเพื่อแก้ไขได้ แต่มิใช่การนำเรื่องที่ตก
ลงกันแล้วมาอภิปรายใหม่
ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
- ได้แก่ เรื่องที่เป็นหัวข้อสำคัญที่ต้องจัดให้มีการประชุมขึ้น เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการประชุม
วิชาการนานาชาติ ประจาปี 2554
ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
- บางครั้งอาจมีเรื่องที่กรรมการ หรือสมาชิกต้องการแจ้งให้ที่ประชุมทราบ โดยไม่เกี่ยวข้องกับ
วัตถุประสงค์ของการประชุม หรืออาจจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบรรจุในระเบียบวาระการประชุมได้ทัน ก็จะนำมาเสนอในวาระ
เรื่องอื่น ๆ
 การเขียนจดหมายเชิญประชุม
การประชุมแต่ละครั้ง เลขานุการต้องมีหน้าที่ทาจดหมายเชิญประชุมเพื่อนัดหมายคณะกรรมการ
สมาชิก หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมของหน่วยงานนั้น ๆ ผู้เข้าประชุมจะได้ทราบว่าจะมีการประชุม เรื่อง
อะไร วันใด เวลาใด มีระเบียบวาระการประชุมอะไรบ้าง เพื่อผู้เข้าประชุมจะได้เตรียมตัวหาข้อมูลต่าง ๆ มาเสนอแก่ที่
ประชุม
การเขียนจดหมายเชิญประชุมมีหลักการเขียน ดังนี้
1. จดหมายเชิญประชุมควรส่งล่วงหน้าให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนการ
ประชุม เพื่อให้เตรียมตัวเข้าประชุม หรือหากมีธุระจะได้แจ้งให้หน่วยงานทราบ
2. แจ้งเรื่องที่จะประชุม วัน เวลา สถานที่ พร้อมทั้งระเบียบวาระการประชุมให้ชัดเจน
3. ใช้สำนวนภาษาที่ชัดเจน รัดกุม และได้ใจความ ไม่เขียนเยิ่นเย้อ วกวน เพราะจะทำให้ผู้อ่าน
เข้าใจความหมายไม่ถูกต้อง
4. การเขียนจดหมายเชิญประชุม อาจจะเขียนระเบียบวาระการประชุมลงไปในจดหมายเชิญ
ประชุม หรือแยกระเบียบวาระการประชุมอีกแผ่นต่างหากก็ได้
โดยทั่วไปการเขียนจดหมายเชิญประชุม
- ย่อหน้าแรกจะแจ้งว่าผู้มีอำนาจ เช่น ประธาน คณบดี ผู้อำนวยการ ฯลฯ ต้องการนัดประชุมเรื่อง
อะไร ครั้งที่เท่าไร เมื่อไร ที่ไหน
- ย่อหน้าถัดมาจะแจ้งหัวข้อประชุมหรือระเบียบวาระการประชุม และย่อหน้าสุดท้ายจะเชิญให้ผู้
เข้าประชุมไปประชุมตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด
ในทางปฏิบัติ
รูปแบบวาระการประชุม และการเขียนจดหมยเชิญประชุม
สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม จัดทำจดหมายเชิญประชุม โดยเลขานุการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ทำ
หน้าที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดทำจดหมายเชิญประชุม เพื่อนัดหมายคณะกรรมการบริหารสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม
คณะกรรมการประจำสำนักส่งเสริมฯ คณะกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อการเฉพาะกิจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วม
ประชุมทราบวาระการประชุมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งจดหมายเชิญประชุมจะบรรจุระเบียบวาระการประชุมไว้ด้วย
การกำหนดการประชุม ที่ประชุมกรรมการบริหารสำนักส่งเสริมและฝึกอบรมตกลงร่วมกันว่า จะมี
การประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ทุกเดือน ในวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน โดยมี
ระเบียบวาระการประชุม และการประชุมผู้บริหารสำนักส่งเสริมฯ และสถานีวิทยุ ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ จะเป็นการ
บันทึกประชุมโดยจะไม่มีจดหมายเชิญประชุมและไม่มีระเบียบวาระการประชุม อาจเป็นเรื่องแจ้งเพื่อทราบ เรื่องเพื่อ
พิจารณา หรือเรื่องอื่น ๆ ดังมีขั้นตอนรายละเอียดดังนี้
1. เลขานุการสำนักส่งเสริมฯ สอบถามเรื่องที่จะเสนอเป็นระเบียบวาระการประชุมจากผู้อำนวยการ
รองผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย
2. เมื่อได้รับเรื่องที่จะเสนอเป็นระเบียบวาระการประชุมแล้ว จะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกเป็นจดหมาย
เชิญประชุม โดยบรรจุเรื่องที่ได้รับเข้าเป็นระเบียบวาระการประชุมด้วย
3. เจ้าหน้าที่จะทำจดหมายเชิญประชุม และส่งล่วงหน้าให้กรรมการ และสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม
ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ก่อนการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าประชุมเตรียมตัว หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องที่บรรจุใน
ระเบียบวาระ หรือหากติดภารกิจก็ขอให้แจ้งประธานทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุม

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s